ความสำคัญและประโยชน์ของเครือข่าย
ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวในโลกได้จะต้องมีการติดต่อสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นอยู่ ระ ครอบครัว ทำให้ต้องมีการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อเป็นการยกระดับการเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้มนุษย์ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารเพื่อให้การติดต่อสื่อสารนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คอมพิวเตอร์จึงเข้ามามีบทบาทในการทำงานและมีการพัฒนาให้สามารถติดต่อสื่อสารกัน โดยในยุคเริ่มแรกนั้นการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะเป็นแบบรวมศูนย์
อย่างไรก็ตามแม้ว่าทุกคนที่อยากใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถใช้ได้แต่ก็เป็นส่วนน้อยที่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง เนื่องจากว่าเครื่องเมนเฟรมนั้นมีราคาค่อนข้างสูง และมีขนาดใหญ่ ด้วยเหตุนี้ทำให้การพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์ได้ยกระดับการพัฒนาขึ้น โดยในยุคการปฏิวัติด้านข้อมูลข่าวสารได้กำเนิดเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์(Personal Computer: PC) ขึ้นมาโดยข้อดีของเครื่อง พีซี นี้ก็คือ ใช้งานง่าย มีการประมวลผลในตัว ตั้งอยู่บนโต๊ะแต่ละคน ราคาไม่สูงมาก และผู้ใช้มีอิสระในการใช้งานและสามารถโอนย้ายข้อมูลไปในแผ่นดิสก์ได้ ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมากในสมัยนั้น
ในปัจจุบันองค์การขนาดใหญ่ก็สามารถลดการลงทุนได้ โดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงจากกลุ่มเล็กๆ หลายๆ กลุ่มรวมกันเป็นเครือข่ายขององค์การ โดยสภาพการใช้ข้อมูลสามารถทำได้ดีเหมือนเช่นในอดีตที่ต้องลงทุนจำนวนมาก เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีบทบาทที่สำคัญต่อหน่วยงานต่างๆ ดังนี้
1.ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและสามารถทำงานพร้อมกัน
2.ให้สามารถใช้ข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งทำให้องค์การได้รับประโยชน์มากขึ้น
3.ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่า เช่น ใช้เครื่องประมวลผลร่วมกัน แบ่งกันใช้แฟ้มข้อมูล ใช้เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ที่มีราคาแพงร่วมกัน
4.ทำให้ลดต้นทุนเพราะการลงทุนสามารถลงทุนให้เหมาะสมกับหน่วยงานได้
http://www.thaigoodview.com/roomnet/roomnet46/IT46_6/index.html-page5.htm
http://blog.eduzones.com/banny/3478
http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=2467
วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553
แบบฝึกหัด
1 ข้อใดไม่ใช่บทบาทสำคัญของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีต่อหน่วยงานต่างๆ
ก. ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและสามารถทำงานพร้อมกันได้
ข. ไม่สามารถทำงานเป็นกลุ่มได้
ค. ทำให้ลดต้นทุนให้เหมาะสมกับหน่วยงานได้
ง. สามารถใช่ข้อมูลต่างๆร่วมกันและทำให้องค์การด้รับประโยชน์มากขึ้น
2 ข้อใดคือประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก. ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล
ข. ช่วยในการประมวลผลข้อมูลที่แม่นยำ
ค. ลดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอรืที่สิ้นเปลือง
ง. ถูกทุกข้อ
3 เราสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการติดต่อสื่อสารอย่างไรบ้าง
ก. พิมพ์รายงาน
ข. นำเสนอผลงาน
ค. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ง. เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
4. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก.ใช้โปรแกรมข้อมูลร่วมกันได้
ข.เพื่อความเป็นสากลขององค์กร
ค.เพื่อความประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ง.เพื่อการประหยัดเวลาและค่าเดินทาง
5.ข้อใดไม่ใช่โครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก.Server
ข.Client
ค.อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ
ง.Peopleware
6.เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะใกล้หรือเครือข่ายแลนเทคโนโลยีของเครือข่ายแบบใดที่นิยมใช้
ก.Ethernet
ข.TokenRing
ค.Backbone
ง.Terminator
7.ระบบเครือข่ายระดับประเทศคือข้อใด
ก.MAN (Metropolitan Area Network)
ข.LAN (Local Area Network)
ค.WAN (Wide Area Network)
ง.Peer-to-Peer Network
8.ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบ่งตามลักษณะการเชื่อมต่อทางภูมิศาสตร์ หรือระยะทางการเชื่อมต่อ สามารถแบ่งได้กี่ประเภท
ก.1
ข.2
ค.3
ง.4
9.' เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เข้ากับอุปกรณ์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของเครือข่าย โดยการนำสถานีต่าง ๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วยสลับสายกลาง การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของ หน่วยสลับสายกลางการทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงเป็นศูนย์กลาง ของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อกัน ' ข้อความข้างต้นเป็นโครงสร้างของเครือข่ายแบบใด
ก.เครือข่ายแบบดาว (Star Network)
ข.เครือข่ายแบบบัส (Bus Network)
ค.เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Network)
ง.เครือข่ายแบบผสม (Hybrid Network)
10. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของเครือข่ายแลน (LAN)
ก มีความเร็วในการส่งข้อมูลต่ำ
ข มีการขอใบอนุญาตก่อนการติดตั้งทุกครั้ง
ค ใช้เชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เกิน 10 เครื่อง
ง เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ในระยะไม่เกิน 10 กม.
ก. ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มและสามารถทำงานพร้อมกันได้
ข. ไม่สามารถทำงานเป็นกลุ่มได้
ค. ทำให้ลดต้นทุนให้เหมาะสมกับหน่วยงานได้
ง. สามารถใช่ข้อมูลต่างๆร่วมกันและทำให้องค์การด้รับประโยชน์มากขึ้น
2 ข้อใดคือประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก. ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล
ข. ช่วยในการประมวลผลข้อมูลที่แม่นยำ
ค. ลดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอรืที่สิ้นเปลือง
ง. ถูกทุกข้อ
3 เราสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการติดต่อสื่อสารอย่างไรบ้าง
ก. พิมพ์รายงาน
ข. นำเสนอผลงาน
ค. ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
ง. เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
4. ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก.ใช้โปรแกรมข้อมูลร่วมกันได้
ข.เพื่อความเป็นสากลขององค์กร
ค.เพื่อความประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ง.เพื่อการประหยัดเวลาและค่าเดินทาง
5.ข้อใดไม่ใช่โครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ก.Server
ข.Client
ค.อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ
ง.Peopleware
6.เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระยะใกล้หรือเครือข่ายแลนเทคโนโลยีของเครือข่ายแบบใดที่นิยมใช้
ก.Ethernet
ข.TokenRing
ค.Backbone
ง.Terminator
7.ระบบเครือข่ายระดับประเทศคือข้อใด
ก.MAN (Metropolitan Area Network)
ข.LAN (Local Area Network)
ค.WAN (Wide Area Network)
ง.Peer-to-Peer Network
8.ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบ่งตามลักษณะการเชื่อมต่อทางภูมิศาสตร์ หรือระยะทางการเชื่อมต่อ สามารถแบ่งได้กี่ประเภท
ก.1
ข.2
ค.3
ง.4
9.' เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เข้ากับอุปกรณ์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของเครือข่าย โดยการนำสถานีต่าง ๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วยสลับสายกลาง การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรของ หน่วยสลับสายกลางการทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงเป็นศูนย์กลาง ของการติดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อกัน ' ข้อความข้างต้นเป็นโครงสร้างของเครือข่ายแบบใด
ก.เครือข่ายแบบดาว (Star Network)
ข.เครือข่ายแบบบัส (Bus Network)
ค.เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Network)
ง.เครือข่ายแบบผสม (Hybrid Network)
10. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญของเครือข่ายแลน (LAN)
ก มีความเร็วในการส่งข้อมูลต่ำ
ข มีการขอใบอนุญาตก่อนการติดตั้งทุกครั้ง
ค ใช้เชื่อมโยงเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เกิน 10 เครื่อง
ง เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ในระยะไม่เกิน 10 กม.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)